Keo Carabao  (463 views)

 

What is Keo doing now?

update ราคาบัตรงานคอนเสิร์ตที่เมืองปาย TGI PAIDAY ปรับราคาแค่ 500 บาทเท่านั้นจ้า
16 days ago  ·  Comment »

Location

กทม, Thailand

Birthday

January 25
 
Advertisement

Info

http://keobao.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

January 25

Location

กทม, Thailand

Languages

Thai
 

About Me

Interests

Favorite Music

ปกหน้า ชีวิตนี้...สุขใจ “ความสุขที่ได้อยู่กับดนตรี ไม่เคยเลือนหายไปจาก ความทรงจำ” ช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ไปเป็นเถ้าแก่ ร้านอาหาร รับใช้ดูแลเลี้ยงดูปากท้องคนรอบข้าง จนถึงจุดหักเหของฟ้าลิขิตให้เจอกับ มรสุมลูกใหญ่ จนถึงขั้นเสียมวยกลับมาตั้งหลักชีวิตใหม่ ยอมรับว่าหนักหนาสาหัสเอาเรื่องทีเดียว แต่แล้วมรสุมลูกนั้นกลับทำให้เรา ได้หยุดคิด...หยุดพัก แล้วตั้งหลักใหม่ โดยมีกลุ่มก้อนของ “พี่น้องผองเพื่อน” ที่ผ่านกระชอนกรองชีวิต และจิตใจ คอยให้กำลังใจและยื่นมือช่วยพยุงให้สู้ต่อ ชีวิตช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลือ...... ได้พบแต่สิ่งที่ดีงาม...ผู้คนงดงามรอบกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ครอบครัวแสนหรรษาของผม” ที่ยังสนุกสนาน เฮฮา ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ “โลกหมุนวน ผู้คนวุ่วาย สุดท้ายจางหาย เป็นฝุ่นผง............ชีวิตก็แค่นี้ จะมีอีกแค่ไหน” อยากให้ผู้คนบนโลกนี้ หยุดคิดสักนิด ขอให้ “ความรักและสันติ” จงบังเกิดบนโลกใบนี้..... ถึงแม้จะเป็นแค่เพียง....ความหวัง วางขายบน www.keocarabao.net กลางเดือน พย. นี้ ทำเองขายเองครับ

Chee Vit Nee Suk Jai
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Keo hasn't played any games recently.

 

Journal

View 1 Entry    Add Comment

Mastering
การทำ mastering คือขั้นตอนสำคัญหรือสุดท้ายของการทำงานเพลง ซึ่งก็เป็นการสร้างสรรค์ที่ต้องใช้ความรู้และเทคนิคเพื่อให้งานชิ้นนั้นๆสมบูรณ์ที่สุดก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนของการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายหรือประชาสัมพันธ์(ทั้ง CD, DVD, cassette หรืออื่นๆ) ดังนั้นคนที่จะรับผิดชอบหรือทำในส่วนตรงนี้นั้นคงต้องมีประสบการณ์และรอบรู้เข้าใจในหลายๆสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเสียงและดนตรี ที่สำคัญ:สภาพสิ่งแวดล้อมควรที่จะต้องเอื้ออำนวยต่อสมาธิและความละเอียดของขั้นตอนนี้ ซึ่งก็ควรจะเป็นห้องที่เงียบเก็บเสียงได้ดี สภาพของ room acoustic ที่เหมาะต่อการฟังเพลง(โดยมีการตบแต่งหรือจัดทำให้เหมาะสม) ลำโพง monitor ที่ให้เสียงได้กว้างในย่านของความถี่(แต่ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตมโหฬาร) และประการสุดท้ายก็คือ ไม่ควรเป็นห้องหรือสถานที่ และ engineer คนเดียวกันที่ทำการบันทึกเสียงงานเพลงนั้นๆ
Mastering Engineer
ควรมีความรู้และประสบการณ์พอสมควรทั้งทางด้านดนตรีและด้านทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกเสียง และควรเป็นพวกประเภท “หูทิพย์” ที่มีความไวในเรื่องของ pitch และมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์พิเศษสำหรับงานตรงนี้ที่มักจะไม่มีอยู่ในห้องบันทึกเสียงทั่วๆไป เป็นผู้ที่เข้าใจในแนวดนตรีหลากหลายสไตล์ สามารถเข้าใจความต้องการของ producer และ ศิลปินที่เป็นเจ้าของงาน สามารถคาดเดาได้ว่างานนั้นๆจะให้เสียงออกมาเป็นแบบไหนเมื่อถูกนำไปเปิดตามสถานีวิทยุ ในรถยนต์ หรือเครื่องเสียงในบ้านและอื่นๆ
เหตุผลที่ต้องมีการทำ Mastering
งานเพลงที่ผ่านขั้นตอนของการ mix มาแล้วนั้นอาจจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์นัก และอาจจะมีข้อบกพร่องบางอย่างที่ต้องแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น เพราะการ mastering คือการปรุงแต่งให้งานทั้งหมดในอัลบั้มนั้นลงตัวต่อเนื่องกลมกลืนกัน จึงพอจะสรุปเหตุผลที่ต้องมีการทำ mastering ดังนี้
1. เพราะขั้นตอนในการ mix นั้น เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากหรือน้อยไปตามสถานการณ์ และความต้องการของเจ้าของงานและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะใช้เวลาติต่อกันเป็นเวลาหลายๆชั่วโมงกว่าจะเสร็จ ข้อผิดพลาดต่างๆย่อมเกิดขึ้นได้ อันสืบเนื่องมาจากอาการ “หูล้า” และเมื่อเรานำเอางานทั้งหมดที่ mix แล้วมาฟังย่อมมีข้อแตกต่างในเรื่องของ sound โดยรวมในแต่ละเพลง
2. เพราะลำโพง monitor ที่ใช้ในการทำงานจะมีผลกับตำแหน่งการวางมาก การวางลำโพง monitor โดยทั่วไปมักจะวางอยู่บน console ซึ่งการขยับมุมหรือระยะทางระหว่างตัวลำโพงทั้งสองย่อมมีผลกับ frequency response นอกจากนี้ภายในห้อง control หรือห้องที่ใช้ทำงานมักจะมีอุปกรณ์และเครื่องหลายๆอย่างวางอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีความจำเป็นต้องวางลำโพงอยู่ในจุดที่อาจจะทำให้เกิด comb-filtering ที่เกิดจากการสะท้อนกลับของเสียงจาก room acoustic นั้นๆ และบางทีเราอาจจะไม่มีโอกาสพอที่จะนำเอางาน rough mix ไปฟังกับเครื่องเสียงต่างๆในที่อื่นๆเพื่อเปรียบเทียบ ส่งผลให้บาง frequency อาจจะมากไปในขณะที่บางอย่างน้อยไปหรือขาดหายไป
3. บางครั้งคนที่รับผิดชอบในงาน( producer หรือสมาชิกของวงที่เกี่ยวข้อง) อาจจะให้ความคิดเห็นที่ทำให้เกิดการไขว้เขวของการ balance mix
4. ในขณะทำการ mix นั้น ในบางครั้งเรา(หรือ producer หรือ สมาชิกของวงที่เกี่ยวข้อง) อาจจะไม่รู้หรือให้คำตอบที่จะบอกได้ว่าอยากจะให้ mix ของงานทั้งหมดนั้นมี tune ออกมายังไงจนกว่าจะ mix ออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้วเสร็จเรียบร้อย และเมื่อได้นำเอาเพลงทั้งหมดมาฟัง อาจจะมีบางสิ่งที่ขาดๆเกินๆเกิดขึ้นในแต่ละเพลง อย่างเช่นความสดใสของเสียงโดยรวมหรือทางต่ำน้อยไป เสียงร้องฟังดูอ่อนไป หรือความเป็น stereo มันแคบไป ซึ่งข้อผิดพลาดตรงนี้ในบางครั้งเราอาจจะจับไม่ได้ในขณะที่เราขะมักเขม้นทำงานชิ้นนั้นๆอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ
5. Mastering engineer ที่ชำนาญจะช่วยบอกเราหรือแนะนำได้ว่า งานชิ้นนั้นๆควรจะปรับปรุงอย่างไร
6. จากสภาวะของเศรษฐกิจ และความเจริญของโลกที่ส่งผลให้เกิดการคิดค้นอุปกรณ์ Digital Audio Workstation (DAW) เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทำให้พวกเราๆทั้งหลายก็หันไปหา เครื่อง DAW ที่ราคาไม่ทำให้กระเป๋าฉีกมาใช้กันเป็นส่วนมาก โดยมีความเชื่อตามคำโฆษณาหรือปากต่อปากว่า “สามารถทำงานและจบงานที่บ้านได้เลย” ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าได้มีการพัฒนาและมีเทคนิคในการดูแลในส่วนสำคัญของข้อมูล digital audio ที่เกี่ยวข้องกับเสียงในเครื่อง DAW เหล่านั้น แต่เท่าที่ได้สัมผัสมา ก็ได้ยินแต่เสียงบ่นกันว่าทำไมงานที่ทำออกมาแล้วมันให้เสียงที่แข็งเป็นขอบ ขาดมิติของเพลง และอีกหลายๆอย่างมากมาย ดังนั้นก็อยากแนะนำเพื่อจะไม่ให้เรามาตกม้าตายในตอนจบ อยากให้มองหาห้องที่ลงทุนมีเครื่องที่มีอุปกรณ์สำหรับรองรับงาน mastering นี้แบบ high-resolution system ที่จะทำให้ sound ของงานเราดีขึ้นแทนที่กลับจะทำให้เสียหาย ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจกับเรื่องนี้ก็อยากแนะนำว่า ถ้าหากสามารถทำได้โดยให้ mix งานผ่าน analog console ลงบน DAT แล้วนำงานไปทำขั้นตอน mastering กับห้อง studio ที่รองรับงานตรงนี้ดังกล่าวมาแล้ว
ที่กล่าวมาคือเหตุผลคร่าวๆที่ต้องมีการทำ mastering ซึ่งโดยสรุปแล้วก็จะเป็นการทำให้เพลงของเราสมบูรณ์โดยจะเป็นการ จัด level ของเพลงทั้งหมดให้ต่อเนื่อง เว้นช่วงต่อระหว่างเพลง การ fade in หรือ fade out ให้เหมาะสม แก้ไขข้อผิดพลาดในเพลงบางช่วง การ EQ งานทั้งหมดให้อยู่ใน tune ใกล้เคียงกัน
ก่อนที่จะมาถึงขั้นตอนของการ mastering นั้น เราจะต้องผ่านขั้นตอนของการ mix ที่จะมีเรื่องของการ editing และ processing ต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็เป็นเรื่อง digital กันแทบทั้งนั้นแล้วโดยการใช้ DAW และอาจจะรวมไปถึงการใช้ digital mixer เพื่อที่จะเป็นการรักษางานทั้งหมดให้อยู่ใน digital domain ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจบงาน ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจในการทำงานกับ DAW เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดกับงาน
การทำ mastering ในทุกวันนี้กลายเป็นการแข่งขันกันว่า งานของใครจะมีระดับความดังแรงกว่ากัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ได้มีการค้นหากันมานานแล้วว่าทำไมเพลงสากลจึงมีระดับเสียงดังกว่าเพลงไทยเรามากเลย เมื่อเปิดเปรียบเทียบกัน มันจ๋อยกว่าเอามากๆเลยครับ แต่มาทุกวันนี้ต้องยอมรับเลยว่า ดนตรีในบ้านเราที่ทำกันออกมามีระดับของความดังกว่าสมัยก่อนมากจริงๆ ขนาด VU meter แดงวาบๆเลยล่ะ ซึ่งย้อนไปสมัยก่อนนั้น 0 dBfs คือ limit ที่ในระบบ analog ก็ทำได้แค่แตะๆเลียๆเท่านั้น แต่พอเวลาผ่านไปมาถึงยุคของ digital ระดับของ dynamic range เพิ่มมากขึ้น ทำให้สามารถบีบอัด(หรือเค้น)ให้เข้าใกล้ limit ได้มากขึ้นๆ ทำให้ waveform เป็นแบบ flat-top เหมือนแนวกำแพง จนเป็นที่ถกเถียงกันของกลุ่มคนทำงานดนตรีและ sound engineer ในเรื่องของความต้องการของระดับความดังของเพลงในโลกปัจจุบันนี้ว่า ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ หรือมันเป็นเรื่องของความนิยม ความสะใจกันมากกว่า ซึ่งเรื่องตรงนี้มันเกิดขึ้นกับงานเพลงหมดทั้งโลกเลยครับ ไม่ว่าในแนวไหน ทั้ง rock, pop, country, jazz หรือแม้แต่กระทั่ง classical
ผมเคยลองเอาเพลงในสมัยก่อนที่มีการนำมา remaster ใหม่ มาฟังเปรียบเทียบกันดูกับของเดิม จะเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจนในเรื่องของระดับความดัง และมีบางอย่างชัดเจนขึ้น แต่อารมณ์ของเพลงมันเปลี่ยนไปครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง dynamic มันเปลี่ยนความน่าฟังของเพลงไปเยอะมาก ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปมันไม่ค่อยคุ้มค่ากันเลย ก็เลยอยากจะขอเอาเรื่องที่มันกำลังจะหายไปจากดนตรีหรือเพลงมาให้พวกเราลองหันมามอง และดูแลกันสักนิดครับ เพราะผมคิดว่าเราควรจะคำนึงถึงแนวเพลงด้วยว่าควรจะบีบอัดกันขนาดไหน อย่าใช้วิธีเปรียบเทียบกับงานอื่นๆแล้วหาวิธีแข่งขันเอาให้แรงกว่าโดยไม่มีเหตุผล หรือว่าอาจจะเป็นแฟชั่นนิยมกันในช่วงเวลานี้ก็คงเป็นได้เพราะเราจะได้ยินแต่งานที่ผ่านการ mastering มาแบบ hypercompressed หรือ overcompressed เสียจนเกินความเคยชิน มันเป็นเรื่องที่ง่ายครับที่จะบีบอัด compressor ให้ระดับ level ของเพลงในแต่ละเพลงมีความดังต่อเนื่องคงที แทนที่จะปล่อยให้เพลงมีช่วงพักหายใจแล้วค่อยๆจัด level ให้เข้าที่เข้าทางในแต่ละจุดในเพลงนั้นๆ ผมเห็นคนทำงานด้านนี้บางคนจะมีความคิดที่ว่า การ bus compression บน mix buss เป็นเรื่องปกติ และอาจจะ patch compressor ไว้ก่อนที่จะเริ่มทำการ mix ด้วย ซึ่งในทางตรงกันข้ามผมว่าเราควรจะ balance mix ก่อนที่จะหันไปหา compressor จะดีกว่า จะมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่มักจะเชื่อว่า “ถ้าไม่ดังแรงพอ จะไม่ทำให้เป็นที่สนใจ” แต่สำหรับผมแล้วคิดว่าเราน่าจะฟังเพลงกันที่คุณค่าของงานมากกว่าเรื่องความแรงของระดับความดัง ถ้าจำเป็นหรือทำได้ก็น่าจะแยกงาน mastering แบบพิเศษเพื่อส่งต่อในการใช้งานที่แตกต่างจากการฟังปกติของผู้คนทั่วๆไป เช่นตามสถานบันเทิงหรืออื่นๆ
เรื่องของการ mastering นั้นเป็นอะไรที่สลับซับซ้อนมากกว่าที่กล่าวมาอีกมากมายครับ เป็นขั้นตอนที่แค่ช่วยได้บ้างเท่านั้น เพราะการทำงานในระบบ digital นั้นยังมีสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอีกหลายอย่าง ก็คิดว่าจะพยายามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาเล่าสู่กันอีกตามโอกาส

Applications

Browse Applications

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

CoolPics - Rate My Pics!
The fast and super cool photo-browser for your hi5 profile. Check it out now... you gonna love it!...

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

Keo has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for Keo

Nov 22 11:38 AM
 
กำ เสียดายมาก นึกว่าพี่จะมาจะได้ขอฟังสัญญาหน้าฝนสดๆอีกซักที เสียดายช่วงนี้เพื่อชีวิตเริ่มเงียบๆไปแล้ว ไม่งั้น คงจะมีคนใจถึงจัดงานคอนเสิร์ตเพื่อชีวิตที่ใหญ่ๆแบบ ที่สมอทอดที่วงทีโบนรถคว่ำตายอ่ะ เสียดายจำชื่องานไม่ได้ แต่งานนั้นมันสุดยอดมากเลยครับ ที่จัดรีสอร์ตเป็นเมืองคาวบอย พี่จำได้ไหมครับ
 
Nov 20 3:32 PM
 
ขอคารวะตำนานที่ยังมีลมหายใจของบทเพลงเพื่อชีวิตในเมืองไทย พี่สุดยอดมากครับ ผมอยู่ที่เพชรบูรณ์ วันที่25-26ธ.ค.นี้จะมีงานคอนเสิร์ตใหญ่ที่หล่มสัก มีพี่แอ๊ด น้าหงา น้าหว่อง น้าหมู พี่ปู สีเผือก และมาลีฮวนน่า ไม่ทราบว่าพี่จะมาไหมครับ
 
Nov 18 3:33 AM
 
หวัดดีจร้า ลมหนาวเริ่มมาอีกแล้ว คิดถึงวันเก่าเก่า แก่แก่ จังเลย
 
Nov 14 11:44 PM
 
ทำไรอยุ่ครับน้า........... ผมแวะมาทักทาย
 
Nov 5 9:14 PM
 
สวัสดีค้าบบบอาเขียว

สบายดีป่าวอ่าค้าบอา

ดูแลสุขภาพด้วยน๊าค๊าบบ

เป็นห่วงค้าบ
 
Nov 5 12:19 PM
 
Overtone Regaae Ska Party ครั้งที่ 4
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 นี้
ประกาศรวมตัวครั้งใหญ่ของพวกเสื้อแดง เสื้อเหลือง และเสื้อเขียว
สถานที่
Overtone RCA , Bangkok
เวลา
17.00 น.เป็นต้นไป
วัตถุประสงค์
เพื่อผนึกกำลังความสามัคคี แสดงพลังความสนุกสนาน ปลดปล่อยความมันส์
พบกับ การจำหน่ายสินค้าต่างๆ เช่น CD / T-Shirt
จากศิลปินที่มาร่วมงาน และการแสดงของวงเชื้อชาติไทยสัญชาติ Regaae Ska ขวัญใจวัยโจ๋ 13 วง จากทุกสารทิศ ได้แก่
1.Mighty Lion 2.The 6th Ska Band(จาก หัวหิน),
3.ศ.สกา(จาก ชลบุรี )4. Lazanya , 5.มโนรมณ์ ,6.Puto,
7.Ska Chance,8.3rd (Three R-D),9.Alum Sum Sum
10. Joy Boy, 11.Motly Ska Band(จาก บางแสน ชลบุรี)
12. BB Ska Band (จากพิษณุโลก), And 13. Skazz Band
 
 
Nov 1 7:29 PM
josh says:
 
หวัดดีคับ พี่เขียว...พี่อาร์ต โมทีฟเคยแนะนำ ตอนพาผมไปห้องเซนเตอร์สเต็จ
ไม่รู้ช่ายป่าว..พี่เขียวรู้จักพี่อาร์ตป๊ะคับ....
 
 
Nov 1 6:16 PM
 
หวัดดีตอนสายๆครับ....
 
Oct 27 7:27 PM
 
เมื่อวานเดินเข้ามาคุยกับลูกน้องพี่แล้ว.......แจ้งไปทางพี่เค้าแล้ว........ครับ
 
Oct 26 9:21 PM
 
หวัดดีคับพี่ ห้องซ้อมพี่คิดชั่วโมงเท่าไหร่ครับ งานดี้บอยอาจต้องไปใช้ห้องพี่ด้วยครับ เมื่อคืนคุยกับไอ้ก้อยแล้วลืมถาม.....
 
Oct 25 6:23 AM
 
หวัดดีครับ น้าเขียว
 
 
Oct 9 7:03 PM
 
สวัสดีค่ะป๋า

ทานข้าวค่า

^^
 
Oct 6 7:25 AM
 
สวัสดีครับ

ผมแฟนคาราบาวครับ

รักวงคาราบาวครับ
 
Oct 4 9:51 PM
Beat says:
 
Great, I will be there, for sure.

Beat.
 
Oct 4 9:09 PM
Beat says:
 
Thank you so much to put me as your top friend.
Have you met anybody lately?

Beat.
 
Sep 28 11:57 AM
 
มีวงเร็กเก้ สการุ่นใหม่ไฟแรง วงไหนสนใจมาร่วมแสดงในงาน
Reggae Ska Party#4 จัดที่ Overtone RCA
ในวันเสาร์ที่ 14 พ.ย.นี้ ติดต่อได้ที่
พี่เอ๋ 089-126-2345.
 
Sep 15 1:18 AM
 
ก็ที่พ่อบอกจะทำให้ไง ให้ reference ไปแล้วนิ :)

Title
body